Only You 2 PM ^^

posted on 05 Sep 2011 18:26 by butter-cake
 
  ชื่อ – สกุล : Kim Junsu
         วันเกิด : 15 มกราคม 1988 (พ.ศ. 2531)
         ตำแหน่ง : นักร้อง
         ภาษา : จีน / อังกฤษ
         การศึกษา : Donga School for the Arts
         น้ำหนัก : 73 กิโลกรัม
         ส่วนสูง : 178 เซนติเมตร
 
 
 
ชื่อ – สกุล : Ok Tae Cyeon
         วันเกิด : 27 ธันวาคม 1988 (พ.ศ. 2531)
         ตำแหน่ง : Rapper, นักร้อง, นายแบบ
         ภาษา : จีน / อังกฤษ
         การศึกษา : Dankook University
         น้ำหนัก : 76 กิโลกรัม
         ส่วนสูง : 185 เซนติเมตร
 
 
 
 
 
  ชื่อ – สกุล : Hwang Chansung
         วันเกิด : 11 กุมภาพันธ์ 1990 (พ.ศ. 2532)
         ตำแหน่ง : นักร้อง, นายแบบ, นักแสดง
         ภาษา : จีน
         น้ำหนัก : 72 กิโลกรัม
         ส่วนสูง : 182 เซนติเมตร
 
 
 
 
ชื่อ – สกุล : Lee Junho
         วันเกิด : 25 มกราคม 1990 (พ.ศ. 2533)
         ตำแหน่ง : นักร้อง
         ภาษา : จีน
         การศึกษา : Ho Won University (Program acting Major)
         น้ำหนัก : 64 กิโลกรัม
         ส่วนสูง : 178 เซนติเมตร
 
 
 
 
ชื่อ – สกุล : Jang Wooyoung
         วันเกิด : 30 เมษายน 1989 (พ.ศ. 2532)
         ตำแหน่ง : นักร้อง
         ภาษา : จีน
         การศึกษา : Seoul School for the Arts (Dance Major)
         น้ำหนัก : 65 กิโลกรัม
         ส่วนสูง : 178 เซนติเมตร
 
 
 
 
ชื่อ – สกุล : Nichkhun Horvejkul (คุณ - นิชคุณ หรเวชกุล หนุ่มน้อยหน้าใสจากประเทศไทย)
         เกิด : 24 มิถุนายน 1988 (พ.ศ. 2531)
         ตำแหน่ง : นักร้อง, นายแบบ, นักแสดง
         ภาษา : เกาหลี / จีน / อังกฤษ / ไทย
         การศึกษา : Los Osos High School (USA)
         น้ำหนัก : 61 กิโลกรัม
         ส่วนสูง : 181 เซนติเมตร
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Home Work

posted on 22 Aug 2011 18:15 by butter-cake

1.มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร

ตอบ  คือ การใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับโปรแกรมซอฟต์แวร์ในการสื่อความหมาย โดยการผสมผสานสื่อหลายชนิด เช่น ข้อความ กราฟิก  ภาพเคลื่อนไหว  เสียง และวีดิทัศน์และถ้าผู้ใช้สามารถที่จะควบคุมสื่อให้นำเสนอออกมาตามต้องการได้จะเรียกว่า มัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์  (Interactive Multimedia) การปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้สามารถจะกระทำได้โดยผ่านทางคีย์บอร์ด เมาส์  หรือตัวชี้  เป็นต้น การใช้มัลติมีเดีย ในลักษณะปฏิสัมพันธ์ก็เพื่อช่วยให้  ผู้ใช้สามารถเรียนรู้หรือทำกิจกรรม รวมถึงดูสื่อต่าง ๆ ด้วยตนเองได้สื่อต่าง ๆที่นำมารวมไว้ในมัลติมีเดีย เช่น ภาพ เสียง วีดิทัศน์จะช่วยให้เกิดความหลากหลายในการใช้คอมพิวเตอร์ อันเป็นเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ในแนวทางใหม่ที่ทำให้การใช้คอมพิวเตอร์น่าสนใจ และความสนใจเพิ่มความสนุกสนานในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
 

2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร

ตอบ สามารถ เพิ่มสีสันและลูกเล่นเข้าไปได้มาก เพื่อให้สิ่งพิมพ์นั้นน่าดู น่าใช้ เช่น สามารถตกแต่ง            ฟอนต์ให้สวยงาม ใส่รูปภาพ ใส่สีตัวหนังสือ สีพื้นหลัง ทำให้ผู้อ่านมีความสนใจในการนำเสนอมากยิ่งขึ้น

3. Microsoft   PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง

ตอบ  สามรถนำเสนอได้ทั้งในรูปแบบเอกสารสิ่งพิมพ์   รูปแบบมัลติมีเดีย   และรูปแบบเว็บไซต์


4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร

ตอบ การสร้างการเชื่อมโยงภายใน คือ การสร้างจุดเชื่อมโยงไปยังจุดอื่นๆ หรือไปยังภาพนิ่งอื่นๆ                   ในไฟล์เดียวกัน
        การสร้างการเชื่อมโยงภายนอก คือ การเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลอื่นๆ นอกไฟล์งานนำเสนอ
 

5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง

ตอบ จอทีวี , จอโปรเจคเตอร์ , จอมอนิเตอร์,กล้องวิดีโอ,Notebook
 
 
6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด

ตอบ    เว็บไซต์ เพราะใช้งานได้ทุกสถานที่ ทุกเวลา ที่มีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต

7.  การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน   Microsoft   PowerPoint   สามารถทำได้อย่างไร

ตอบ   คลิกขวาบนพื้นที่ว่าง   เลือกไปที่ออกแบบภาพนิ่ง   จากนั้นเลือกใช้แม่แบบที่แถบเครื่องมือ

8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft PowerPoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด

ตอบ ตั้งค่าได้โดยคลิกเลือกกล่องข้อความหรือวัตถุนั้นๆที่ต้องการ แล้วคลิกขวาเลือกการเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง ซึ่งเราจะสามารถกำหนดกล่องข้อความหือวัตถุนั้นๆได้ตามใจชอบ
 

9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกรม 

ตอบ  1. Microsoft PowerPoint   2. Microsoft office word   3. Microsoft Excel

10. ถ้ามีกล่องข้อความใน   Microsoft   PowerPoint   จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่  อย่างไร

ตอบ   ได้เพราะเราไม่จำเป็นที่จะต้องนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวอักษรเสมอไป เราอาจนำเสนอโดย แทรกรูปภาพ เพลง เสียง คลิป หรือไฟล์อื่นๆก็ได้

11.เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPoint หรือไม่ อย่างไร

ตอบ  ไม่จำเป็น เพราะเราสามารถ นำเสนอผ่านช่องทางอื่นได้ เช่น นำเสนอ กับคอมพิวเตอร์ หรือฉายในโปรเจคเตอร์ เป็นต้น แต่ในบางครั้ง อาจต้องใช้เครื่องพิมพ์ก็เป็นได้  

12.  Microsoft   PowerPoint  สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร

ตอบ   ได้   โดยในการแทรกรูปภาพนั้น  คลิกที่แทรกในแถบเมนู   เลือกรูปภาพจากแฟ้ม  คลิกรูปที่ต้องการแล้วคลิกแทรก    และการแทรกภาพยนตร์หรือเสียงนั้นก็ใช้วิธีเดียวกันกับการแทรกรูปภาพแต่เลือก ภาพยนตร์และเสียง   แล้วเลือกภาพยนตร์หรือเสียงจากแฟ้มที่ต้องการ

13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร

ตอบ  การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟนั้นสามารถทำให้ผู้อ่านเข้าใจได้มากกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษร เนื่องจากการนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟนั้นสามารถทำให้ผู้อ่านเห็นภาพได้ชัดเจนโดยไม่ต้องใช้รายละเอียดมากกว่า

 

14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง

ตอบ ใช้ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรม Microsoft PowerPoint และยังใช้ฮาร์ดแวร์อื่นๆเพื่อเป็นตัวช่วยใน
การนำเสนอข้อมูลใหม่ๆ เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว/ภาพยนตร์ หรือเสียง เช่น ลำโพง โปรเจคเตอร์/จอฉาย
 
 

15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่ง เสริมการนำ เสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษร รูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน

ตอบ มัลติมีเดีย , เว็บไซต์,คอมพิวเตอร์ ,โน๊ตบุ๊ค ,โทรศัพท์มือถือ

ภาษาคอมพิวเตอร์

posted on 16 Jul 2011 13:56 by butter-cake

ภาษาโคบอล

(COBOL : Common Business Oriented Language)

คือภาษาคอมพิวเตอร์สำหรับใช้ในงานธุรกิจ

 ถูกสร้างขึ้นโดย Grace Murray Hopper ในปี 1959

 เธอเป็นนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์หญิงรุ่นบุกเบิก โดยมีแนวคิดพื้นฐานว่าคอมพิวเตอร์ต่าง

ยี่ห้อควรทำงานได้จากโค้ดเดียวกันและสร้างมาตรฐานที่ชื่อว่า FLOW-MATIC ขึ้น

จากนั้นคณะกรรมการสร้างมาตรฐานการพัฒนาซอฟต์แวร์ของทหารเรือสหรัฐฯ
 จึงได้ปรับปรุงมาตรฐานนี้ขึ้นมาเป็นภาษา COBOL แต่การทำงานจริงนั้นต้องรอ
จนคอมไพล์เลอร์ออกมาในวันที่ 6 และ 7 ธันวาคมปี 1960 เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์
สองเครื่องจาก RCA และ Remington-Rand Univac สามารถทำงานด้วยซอฟต์แวร์
ชุดเดียวกันเป็นผลสำเร็จ
 
จุดเด่น
 
คือสามารถใช้งานแฟ้มข้อมูลได้หลายแบบ กำหนดโครงสร้างข้อมูลได้สะดวก
มีลักษณะการเขียนโปรแกรม แบบเอกสารอธิบายโปรแกรม
ช่วยให้นักพัฒนารุ่นถัดไปเข้าใจได้ง่าย
การเขียนโปรแกรมภาษา COBOL เป็นภาษาที่ง่ายมากภาษาหนึ่ง เพราะไม่มีลูกเล่นให้ใช้มาก ๆ เหมือนพวก VB, C, Pascal หรือ dBase
 

หน้าที่หลักของ COBOL
 
คืออ่านข้อมูลจากแฟ้มมาประมวลผลทางธุรกิจเป็นหลัก
สำหรับ ผู้เรียนมือใหม่ อาจบอกว่าภาษานี้ยาก เพราะพวกเขาอาจไปยึดติดกับ
การจดจำ division ต่าง ๆ ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงหน้ากาก
มิใช่ concept ของภาษา ถ้ามีคู่มือสักเล่ม ก็จะเข้าใจ และแกะหน้ากากเหล่านั้นออกได้
แล้วก้าวให้ลึกเข้าไปสู่ตัวภาษาได้โดยง่าย

ข้อดีของภาษาโคบอล

1.เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย เนื่องจากคำสั่งเป็นภาษาอังกฤษ
2.ใช้ได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกประเภท
3.เหมาะกับงานข้อมูลที่ใช้ในงานประมวลผลทางธุรกิจ
4.มีรูปแบบการพิมพ์รายงาน
5.สามารถใช้ประมวลผลแฟ้มข้อมูลได้หลายแบบ ได้แก่แฟ้มลำดับ แฟ้มสุ่ม
แฟ้มลำดับเชิงดัชนีและแฟ้มที่มีหลายคีย์
6.ใช้เป็นเอกสารอ้างอิงประกอบโปรแกรมได้

ข้อเสียของภาษาโคบอล

1.ใช้คำในภาษาฟุ่มเฟือย ทำให้ตัวโปรแกรมค่อนข้างยาว
2.มีตัวแปลภาษาที่ใหญ่ กินเนื้อที่ในหน่วยความจำ
3.มี function การคำนวณน้อย

ในการเขียนโปรแกรมภาษาโคบอลเราจะแบ่งออกเป็นส่วน ๆ ดังนี้

1.ส่วนประกอบของโปรแกรม ภาษาโคบอล
2.สัญลักษณ์ ที่ใช้ในภาษาโคบอล
3.ประเภทของคำ
4.ตัวแปร และ ค่าคงที่
5.แบบฟอร์ม สำหรับการเขียนโปรแกรม COBOL (COBOL CODING FORM)
6.การใช้เครื่องหมายวรรคตอน

1.ส่วนประกอบของโปรแกรม COBOL

IDENTIFICATION DIVISION
- ชื่อโปรแกรม
- ชื่อผู้เขียนโปรแกรม
- วันที่เขียนโปรแกรม

ENVIRONMENT DIVISION
- รายละเอียดของตัวเครื่อง(CONFIGURATION SECTION)
- รายละเอียดสิ่งที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล(INPUT/OUTPUT SECTION)

DATA DIVISION
- รายละเอียดของแฟ้มข้อมูล(FILE SECTION)
- รายละเอียดของข้อมูลอื่น ๆ(WORKING-STORAGE SECTION)
- รายละเอียดของข้อมูลที่รับมาจากโปรแกรมอื่น ๆ(LINKAGE SECTION)
- รายละเอียดของข้อมูลที่ให้แสดงบนจอภาพ

PROCEDURE DIVISION
- PARAGRAPH 1
- PARAGRAPH 2
- PARAGRAPH 3-------[STATEMENT I;I' = 1(N)1


ไดอะแกรมแสดง โครงสร้างโปรแกรมภาษาโคบอล จากไดอะแกรม ที่แสดงโครงสร้างของโปรแกรมภาษาโคบอลจะเห็นว่า ได้แบ่งตัวโปรแกรมออกเป็น 4 ส่วน ในแต่ละส่วนเราเรียกว่า Divisionในแต่ละ Division มีชื่อดังต่อไปนี้
- IDENTIFICATION DIVISION.
- ENVIRONMENT DIVISION.
- DATA DIVISION.
- PROCEDURE DIVISION

IDENTIFICATION DIVISION  เป็น Division หรือส่วนที่ใช้ในการแสดงรายละเอียดของตัวโปรแกรม ชื่อของผู้เขียนโปรแกรม วันที่เริ่มเขียนโปรแกรม วันที่แปลโปรแกรม(Compiler) และที่สำคัญบอกว่าโปรแกรมนี้ชื่ออะไร

ENVIRONMENT DIVISION เป็น Division หรือส่วนที่ใช้ในการแสดงรายละเอียดของตัวโปรแกรมเกี่ยวกับตัวเครื่อง คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือสั่งให้โปรแกรมทำงาน และบอกให้ทราบชนิดของ Input/Output Devision ที่จะนำมาใช้กับโปรแกรมนี้

DATA DIVISION เป็น Division หรือส่วนที่ใช้ในการแสดงรายละเอียดลักษณะของข้อมูลทุก ๆ ตัวที่นำมาเกี่ยวข้องกันกับโปรแกรมนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่เป็ฯ Input หรือ Output หรือผลลัพธ์ที่เกิดจากการประมวลผล หรือผลลัพธ์จากการทำงานของโปรแกรมนี้ โดยจะแสดงโครงสร้างของข้อมูลอย่างละเอียด

PROCEDURE DIVISION เป็น Division หรือส่วนที่ใช้ลำดับขั้นตอนของการทำงาน หรือของการประมวลผลข้อมูลโดยโปรแกรมชุดนี้ และใน Division นี้เราจะเขียนขึ้นตามผังโปรแกรมที่เราได้เขียนขึ้นในขั้นตอนแรกก่อนลงมือ เขียนโปรแกรมนี้ ภายใน Division นี้จะแตกต่างไปจาก 3 Division แรกที่ได้กล่าวมา โดยจะมีการคำนาณ หรือมีคำสั่งต่าง ๆ ที่สั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน เพื่อให้ได้ผลลัทธ์ออกมาตามที่เราต้องการ
               
นอก จากภาษาโคบอลได้ถูกจัดแบ่งออกเป็นส่วนใหญ่ ๆ (Division) แล้ว ภายในแต่ละ Division ยังถูกแบ่งออกเป็น Section ย่อย ๆ ได้อีก เช่น ภายใน Environment Division จะต้องมีอย่างน้อย 2 Section คือ Configuration Section และ Input-Output Section และภายใน Data Division จะมี File Section และ Working-Storage Section ส่วนภายใน Procedure Division จะมี Section เท่าไหร่ก็ได้ หรือภายในส่วนของ Identification Division ไม่มี Section อยู่เลย
นอก จากนี้ภายในแต่ละ Section จะมี Paragraph แตกย่อยลงไปอีก ซึ่ง Paragraph เป็นส่วนประกอบภายใน Section ในทุก Section และภายใน Section จะต้องมี Paragraph อย่างน้อย 1 Paragraph แต่ถ้าหากว่าภายใน Division ใดไม่ได้แบ่งส่วนประกอบออกเป็น Section ให้ถือว่า Paragraph นั้นเป็นส่วนประกอบโดยตรงของภายใน Division นั้น
               
Sentence เป็นรูปของประโยคภายในของถาษาโคบอล ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับประโยคภายในภาษาอังกฤษ ซึ่งภายในประโยค หรือ Sentence นี้ต้องมีคำกริยา (verb) อย่างน้อย 1 คำ Sentence ภายในภาษาโคบอลนั้นจะต้องจบลงด้วย"."(Period)
               
Statement คือ กลุ่มของตัวเลข กลุ่มของตัวอักษร และรวมถึงสัญลักษณ์พิเศษต่าง ๆ ซึ่งนำมาประกอบกันให้ได้ความหมายเป็นคำสั่งตามรูปแบบเงื่อนไขที่ภาษากำหนด ขึ้นให้ใช้(Reserved Words) โดยอาจจะมีการผสมอักระกันเป็น 1 Statement แล้วนำมาผูกกันเป็นกลุ่มของคำสั่ง เพื่อสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ
           
Clause คือ กลุ่มของ Characters (อักขระ) และ Words เพื่อใช้สำหรับอธิบายถึง Entry ภายในโปรแกรมนั้น ๆ
               
Word  คือ กลุ่มของ Characters ซึ่งจะต้องมีอย่างน้อย 1 ตัวอักขระขึ้นไป ซึ่งโครงสร้างของ Word ได้อธิบายไว้แล้วข้างต้น
           
Character ตัวอักขระ เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดในโปรแกรมภาษาทางคอมพิวเตอร์ ดูรายละเอียดภายในหัวข้อเรื่อง สัญลักษณ์ในภาษา COBOL

2.  สัญลักษณ์ในภาษา COBOL (มี 51 ตัว)
 

Character (อักขระ) หมายถึง ตัวเลขและเครื่องหมายต่าง ๆ ที่เครื่องคอมพิวเตอร์รับได้ในรูปของ ASCII CODE หรือ เลขฐาน 16 (แล้วแต่ระบบการเก็บข้อมูล ภายในหน่วยความจำของแต่ละเครื่องฯ) ซึ่งใช้ประกอบขึ้นเป็นคำ (Word) ในการเขียนเป็นภาษาโปรแกรม ซึ่งประกอบด้วย

- ชุดอักษร (Alphabetic) "A...Z"
- ชุดตัวเลข (Numeric) "0..9"
- ชุดสัญลักษณ์พิเศษ (Special Character){+ - * / . ** $ * > < = ( ) " ' ; _ }

2.1 ชุดอักษร(Alphabetic)  "A...Z" ใช้ในการสร้าง (Word) เพื่อตั้งชื่อให้กับตัวแปร(Variable Name Identifier) และตั้งชื่อให้กับแฟ้มข้อมูล (Identification ,Program Name, Program ID) ในโปรแกรมภาษาโคบอล โดยจะตั้งชื่อให้ซ้ำกับ Reserved Words ไม่ได้ และจะตั้งชื่อตัวแปรเกิน 30 ตัวอักษรไม่ได้ และ ตั้งชื่อของแฟ้มข้อมูลทุกประเภทที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมภาษาโคบอล เกิน 8 ตัวอักษรไม่ได้ และในการติดตั้งชื่อแฟ้มข้อมูล หรือตั้งชื่อให้กับตัวแปร อาจจะมีตัวอักขระปะปนตัวเลขก็ได้ แต่จะใช้ตัวอักขระพิเศษมาผสมด้วยไม่ได้ จะอนุโลมให้ใช้ "_"(Hyphen) ได้เฉพาะในภาษาโคบอลเพียงเท่านั้น และในการตั้งชื่อให้กับตัวแปร หรือ ชื่อแฟ้มข้อมูลจะขึ้นต้น หรือนำหน้าด้วยตัวเลข หรือ Hyphen ไม่ได้
 

2.2 ชุดตัวเลข (Numeric)  "0..9" ใช้ในการกำหนดค่าให้กับตัวแปร เพื่อนำไปทำการคำนวณหาค่าต่าง ๆ ที่เป็นผลลัพธ์ตามที่เราต้องการ หรือ อาจจะใช้ผสมกับกลุ่มตัวอักษรให้กับตัวแปร หรือใช้ตั้งชื่อแฟ้มข้อมูล
 

2.3 ชุดสัญลักษณ์พิเศษ (Special Character) ชุดสัญลักษณ์พิเศษ เราสามารถแบ่งออกได้ตามหน้าที่ดังนี้

ใช้ในการคำนวณ เราเรียกว่า Arithmetic Operator
                +(บวก)  / (หาร)
                -(ลบ) ** (ยกกำลัง)
                * (คูณ)  ( ) (เครื่องหมายวงเล็บ)
ใช้ในการเปรียบเทียบ ในเชิงคณิตศาสตร์ Relation operator
                > มากกว่า  or IS GREATER THAN
                < น้อยกว่า or IS LESS THAN
                = เท่ากับ  or IS EQUAL
ใช้ในการกำกับ การเว้นวรรคตอน Punctuation Operator
            { - , . " : ; () }
ใช้ในการกำหนดรูปแบบของการพิมพ์ (Print Format)
B (Blank Or Space) V V (Period for format Decimal)
                Z        ,
                $        B
                +        CR
                -        DB
                0       .
                *      Space

3. ประเภทของคำ (Types Of Words)
 

คำ เกิดขึ้นจากการผสมระหว่างตัวอักษร กับตัวเลข หรือจะเป็นตัวอักษรล้วน ๆ ก็ได้ ซึ่งจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์ของภาษานั้น ๆ ดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ซึ่งแบ่งออกเป็น  ประเภท ใหญ่ ๆ ดังนี้

3.1 คำสงวน (Reserved Word) คำสงวนไว้ใช้ในกรณี ๆ ไปโดยเฉพาะ ไม่สามารถนำคำสงวนไปใช้ในหน้าที่อื่น ๆ ที่ไม่ใช่หรือ ไม่ได้กำหนดไว้ โดยคำสงวนจะมีความหมายในตัวของมันเอง ซึ่งแบ่งออก

เป็น 3 ประเภท
- Key word คือคำที่เราต้องเขียนเสมอ หรือ เป็นคำที่ตัว Compiler Cobol รู้จัก ได้แก่ Read , Into, End
- Option Word จะใช้ หรือ ไม่ใช้ก็ได้ เขียนแทนด้วยตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ แต่ไม่มีขีดเส้นใต้กำกับไว้ มีไว้เพื่อขยายประโยคให้สมบูรณ์ เช่น Record, At
- Connective Word เพื่อขยายใจความประโยคหรือเชื่อมโยงคำ เช่น Of ,In

3.2 คำที่ไม่ใช่คำสงวน หมายถึง คำอื่น ๆ ซึ่งผู้เขียนโปรแกรม ตั้งชื่อขึ้นเองตามกฏเกณฑ์การตั้งชื่อ ในภาษาโคบอลห้ามตั้งชื่อตรงกับคำสงวนหรือซ้ำคำสงวน
-  Data Name ใช้อ้างอิงถึงข้อมูล หรือตัวแปร
-  Condition Name ชื่อข้อมูลที่ใช้ในการสร้างเงื่อนไขขึ้นเพื่อเลือกตัดสินใจในการทำงาน และเพื่อทดสอบโปรแกรม
-   Paragraph Name หมายถึง ชื่อหัวข้อของชุดคำสั่งที่ปรากฏอยู่ในส่วนต่าง ๆของโปรแกรม

3.3 Special Name  ชื่อ พิเศษต้องอยู่ในพารากราฟทึ่ชื่อ Special Names ซึ่งอยู่ภายใน Environment Division ซึ่งผู้เขียนโปรแกรมจะเป็นผู้ตั้งขึ้นเองเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการเขียน โปรแกรมให้สั้น และรัดกุม แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

4. ตัวแปร(Variable) และ ค่าคงที่ (Literal)

4.1 ตัวแปร หมายถึง ข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อยู่ตลอดเวลาในโปรแกรม
- ตัวแปรชนิดตัวเลข (Numeric variable) ประกอบไปด้วยตัวเลข 0 - 9 สามารถนำไปคำนวณได้
- ตัวแปรชนิดอักขระ (Alphabetic variable) ประกอบไปด้วยตัวอักษร A..Z และ Blank Or Space และ Hyphen (-)
- ตัวแปรชนิดที่เป็นทั้งตัวเลขและตัวอักขระ (Alphabumeric variable)ได้แก่ตัวเลข ตัวอักษร สัญลักษณ์พิเศษ

4.2 ค่าคงที่ (Literal)
ค่าคงที่เป็นตัวเลข(Numeric Literal) ประกอบด้วยตัวเลข 0-9

แบบฟอร์ม ของกระดาษเขียนโปรแกรม
ใน การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาใด ๆ ก็ตาม จำเป็นต้องเขียนลงในกระดาษ ตามแบบฟอร์มซึ่งแต่ละภาษากำหนดเอาไว้ ภาษาโคบอล ก็เช่นกัน เราต้องเขียนโปรแกรมลงในกระดาษสำหรับเขียนโปรแกรมโดยเฉพาะ กระดาษพิเศษที่ใช้เขียนโปรแกรมภาษาโคบอลนี้เรียกว่า Cobol Coding Form รูปแบบนี้ เหมือนรูปแบบมาตรฐานของบัตร 80 คอลัมน์ คือ ในกระดาษหนึ่งบรรทัดแบ่งออกเป็น 80 คอลัมน์ เช่นเดียวกันและกระดาษเขียนโปรแกรมหนึ่งแผ่น จะมีประมาณ 20 บรรทัด อย่างไรก็ตามทุกวันนี้เรามักจะส่งโปรแกรมเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ทางจอภาพ มากกว่า รายละเอียดของหัวกระดาษตอนบน

1.System ให้ใส่รายละเอียดของระบบที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือ รายละเอียดของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ หรืออาจจะเป็นชื่อระบบก็ได้
2.Program ให้ใส่ชื่อโปรแกรม หรืออาจจะเป็นชื่อของโปรแกรมย่อยก็ได้
3.Programmer ใส่ชื่อโปรแกรมเมอร์หรือชื่อของผู้เขียนโปรแกรม
4.Date ใส่วัน เดือน ปี ที่เขียนโปรแกรม
5.Page of ให้ใส่ตัวเลขบอกจำนวนหน้า จำนวนตัวเลขหลัง OF หมายถึงจำนวน Coding Sheet ทั้งหมดที่ใช้เขียนโปรแกรมนี้ และตัวเลขหลัง Page หมายถึง เลขบอกหน้าของ Coding Sheet

 

 
การใช้เครื่องหมายวรรคตอน(Punctuation)

จุดประสงค์ ของการใช้เครื่องหมายวรรคตอนเพื่อบอกให้ Compiler ทราบว่าจบประโยคเมื่อไหร่ จบคำเมื่อไหร่ และช่วยในการอ่านโปรแกรมได้ง่ายขึ้น

วิธีแปล COBOL 4.5

 - copy โปรแกรมไว้ในห้อง c:\cobol ผลการคัดลอกจะมีห้อง หรือ folder 8 ห้อง
 คือ  Binb, Binr, Demo, Docs, Help, Init, Lib, Source
- Click Start, Run แล้วพิมพ์ Command

- ต่อจากนี้เราจะทำงานใน DOS Prompt
- พิมพ์ Doskey เพื่อจะได้ใช้ลูกศร ขึ้น - ลง เรียกคำสั่งเก่าได้ง่าย
- สั่งกำหนดค่าเริ่มต้น ด้วยการพิมพ์ c:\cobol\binr\new-vars.bat ที่ DOS Prompt
- ลองพิมพ์คำว่า set ที่ DOS Prompt จะมีคำว่า COBOL ใน 6 บรรทัดสุดท้าย
- cd c:\cobol เข้าห้องนี้ เพื่อเตรียมทดสอบสร้าง และแปลโปรแกรม

- พิมพ์ edit test.cbl
  พิมพ์คำว่า procedure division. โดยอักษร p เริ่มหลัก หรือ col หรือ column ที่ 8
  พิมพ์คำว่า display 5. โดยอักษร d เริ่มหลัก หรือ col หรือ column ที่ 12
  ออกจากโปรแกรม edit ด้วยการกด Alt+F, X, Y
- ทดสอบแปล ลิงค์ และประมวลผล โปรแกรมชื่อ test.cbl ในห้อง c:\cobol
        C:\cobol>cobol test,test,test,nul
        C:\cobol>link test,test,nul,,nul
        C:\cobol>test

ตัวอย่าง Source code COBOL 4.5
           

FOR Cobol 4.5
        C:\>c:\cobol\binr\new-vars.bat
        C:\>cd c:\cobol
        C:\cobol>cobol test,test,test,nul
        Microsoft (R) COBOL Optimizing Compiler Version 4.5
        COBOL software by Micro Focus
        Copyright (C) Microsoft Corporation 1984,1991.  All rights reserved.
        Copyright (C) Micro Focus Ltd. 1984,1991.  All rights reserved.
        * Checking complete with no errors - starting code generation
        * Data = 000000613 Code = 000000276 Dictionary = 000001154
        C:\cobol>link test,test,nul,,nul
        Microsoft (R) Segmented-Executable Linker  Version 5.15
        Copyright (C) Microsoft Corp 1984-1991.  All rights reserved.
        C:\cobol>test
        5
        C:\cobol>